เครื่องทำลายเอกสาร ยี่ห้อไหนดี 2026? รีวิว 10 รุ่นเด็ด พร้อมตารางเปรียบเทียบ

เปรียบเทียบเครื่องทำลายเอกสาร 10 รุ่นยอดนิยม ปี 2026 ขาย เช่า ซ่อม

เลือกเครื่องทำลายเอกสารผิดรุ่นเดียว เสียทั้งเงินและความสบายใจ — จ่ายไปหลักหมื่นแล้วเครื่องทำลายช้ากว่าที่คิด ใบมีดติดบ่อย หรือร้ายกว่านั้นคือพังหลังหมดประกันแล้วหาอะไหล่ในไทยไม่ได้ เอกสารลับที่กองอยู่ก็ยังต้องรอ ปัญหานี้เจอกันแทบทุกออฟฟิศ เพราะคนส่วนใหญ่เลือกจากราคาหน้าร้านอย่างเดียว ไม่ได้ดูระดับความปลอดภัย ความจุต่อรอบ หรือว่าหลังการขายจะพึ่งใครได้ คำถามว่าเครื่องทำลายเอกสารยี่ห้อไหนดีจึงตอบด้วยราคาอย่างเดียวไม่ได้

บทความนี้สรุปจากประสบการณ์ขาย ติดตั้ง ซ่อม และให้เช่าเครื่องทำลายเอกสาร (หรือที่หลายคนเรียกว่าเครื่องย่อยกระดาษ) มากกว่า 10 ปี เราจะพาดูทีละขั้น ตั้งแต่เครื่องทำลายเอกสารคืออะไร ระดับ P-1 ถึง P-7 ต่างกันยังไง ไปจนถึงรีวิว 10 รุ่นเด็ดปี 2026 พร้อมตารางเทียบสเปกและราคาจริงแบบอ่านง่าย

เครื่องทำลายเอกสารที่เหมาะกับองค์กรไทยปี 2026 แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก: Office Business คุ้มราคาและมีอะไหล่กับทีมซ่อมในไทย, Fellowes สำหรับองค์กรที่ต้องการแบรนด์ระดับสากล, และ HSM สำหรับเอกสารลับที่ต้องการ P-7 ถ้ายังเลือกไม่ถูกและเป็นออฟฟิศทั่วไป รุ่นที่เราแนะนำคือ Office Business OB-31S เพราะเป็นรุ่นขายดีอันดับ 1 ของเรา ความจุสูง 31 แผ่น ราคา 24,900 บาท ตัดตรงผ่านสเปคราชการ และมีอะไหล่กับทีมซ่อมในไทยตลอดอายุการใช้งาน

สรุปสั้น (TL;DR): ปี 2026 ออฟฟิศทั่วไปที่เน้นปริมาณงานและให้ผ่านสเปคราชการ (ตัดตรง ≤4มม.) เลือก OB-31S (31 แผ่น, 24,900 บาท) ส่วนงานที่ต้องการความปลอดภัยสูงแบบตัดย่อยเลือก OB-20C (20 แผ่น P-4, 24,900) หรือ OB-M3150C (25 แผ่น P-4, 35,900) สำหรับเอกสารลับระดับสูงให้มองไปที่ HSM (P-5 ถึง P-7) — เลือกตามระดับความลับและปริมาณงาน ไม่ใช่ราคาอย่างเดียว

ทำไมต้องเชื่อบทความนี้? บจ. แกนกัสรัศมี (ggrsm) เป็น specialist เครื่องทำลายเอกสารโดยเฉพาะมากกว่า 10 ปี — จำหน่าย ติดตั้ง ซ่อม และให้เช่า ครบวงจร มีทีมช่างและอะไหล่รองรับหลายแบรนด์ในไทย เราจึงรีวิวจากเครื่องที่ลูกค้าใช้งานจริงและบอกราคาปลีกตรงไปตรงมา ไม่ใช่จากสเปกในโบรชัวร์อย่างเดียว


Table of Contents

เครื่องทำลายเอกสารคืออะไร ทำไมองค์กรถึงต้องมี

เครื่องทำลายเอกสาร (Paper Shredder) คือ อุปกรณ์ที่ใช้ตัดย่อยกระดาษและสื่อบันทึกข้อมูลให้เป็นชิ้นเล็กจนไม่สามารถนำกลับมาอ่านหรือประกอบใหม่ได้ บางคนเรียกว่าเครื่องย่อยกระดาษหรือเครื่องบดเอกสาร ใช้สำหรับทำลายเอกสารลับ ข้อมูลส่วนบุคคล สัญญา ใบเสนอราคา หรือเอกสารที่หมดอายุการเก็บ เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล

เหตุผลที่องค์กรต้องมีเครื่องทำลายเอกสารมี 3 ข้อหลัก:

  1. กฎหมาย PDPA — พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนดให้องค์กรต้องทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อหมดความจำเป็นในการเก็บ การทิ้งเอกสารทั้งใบลงถังขยะถือว่ายังไม่ได้ทำลายข้อมูลอย่างปลอดภัย ส่วนการละเมิด PDPA ในกรณีร้ายแรงมีโทษปรับทางปกครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท (เครื่องทำลายเอกสารไม่ใช่ข้อบังคับตายตัวตามกฎหมาย แต่เป็นวิธีที่นิยมเพราะทำลายได้จริงและตรวจสอบได้)
  2. ป้องกันการสวมรอยและทุจริต — ใบแจ้งหนี้ สลิปเงินเดือน เอกสารที่มีเลขบัตรประชาชนหรือเลขบัญชี ถ้าหลุดออกไปอาจถูกนำไปใช้สวมรอยได้
  3. มาตรฐานองค์กร — หลายองค์กรที่ทำ ISO 27001 หรือมีนโยบาย data governance กำหนดให้มีกระบวนการทำลายเอกสารที่ตรวจสอบได้

เรื่อง PDPA โดยละเอียดอ่านได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC)


ระดับความปลอดภัย P-1 ถึง P-7 ต่างกันยังไง

เครื่องทำลายเอกสารทุกเครื่องมี “ระดับความปลอดภัย” ตามมาตรฐานสากล DIN 66399 ซึ่งวัดจากขนาดชิ้นกระดาษหลังตัด ยิ่งชิ้นเล็ก ยิ่งปลอดภัย และยิ่งกู้คืนยาก ระดับนี้คือสิ่งที่ต้องดูก่อนราคาด้วยซ้ำ เพราะมันบอกว่าเครื่องเหมาะกับเอกสารประเภทไหน

ระดับ รูปแบบตัด ขนาดชิ้น (โดยประมาณ) เหมาะกับ
P-1 ตัดตรง (Strip) กว้าง ~12 มม. เอกสารทั่วไปไม่ลับ
P-2 ตัดตรง กว้าง ~6 มม. (สเปคราชการกำหนด ≤4 มม.) เอกสารสำนักงาน + งานจัดซื้อภาครัฐ
P-3 ตัดตรงเส้นเล็ก หรือตัดย่อย เส้นกว้าง ~2 มม. หรือชิ้น ≤320 มม.² เอกสารสำนักงานทั่วไป มีข้อมูลบางส่วน
P-4 ตัดย่อย (Cross-cut) ~4×40 มม. ข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารธุรกิจ (มาตรฐานที่แนะนำสำหรับ PDPA)
P-5 ตัดละเอียด (Micro-cut) ~2×15 มม. การเงิน บัญชี กฎหมาย ข้อมูล sensitive
P-6 ละเอียดมาก ~1×5 มม. เอกสารลับระดับสูง
P-7 ป่นละเอียดสุด ~0.8×5 มม. เอกสารลับสุดยอด ราชการ ความมั่นคง

หมายเหตุ: DIN 66399 กำหนดระดับจาก พื้นที่หน้าตัดของชิ้นกระดาษ (มม.²) เป็นหลัก ตัวเลข กว้างxยาว ในตารางเป็นค่าตัวแทนโดยประมาณเพื่อให้เห็นภาพ ระดับเดียวกันอาจเป็นได้ทั้งแบบตัดตรงเส้นเล็กและตัดย่อย ขึ้นกับรุ่น สเปคจัดซื้อภาครัฐของไทยมักกำหนดให้ตัดตรงขนาด ≤4 มม. ซึ่งอยู่ในกลุ่ม P-2

P-4 เหมาะกับเอกสารแบบไหน? P-4 เป็นระดับที่แนะนำสำหรับเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปตาม PDPA เช่น ใบสมัครงาน สลิปเงินเดือน ใบเสร็จ เพราะตัดเป็นชิ้นเล็กแบบ cross-cut ที่ประกอบกลับยากมาก ส่วนงานการเงินหรือกฎหมายที่ข้อมูลอ่อนไหวกว่า ควรขยับขึ้น P-5

โดยทั่วไปแนะนำตามประเภทผู้ใช้: บ้าน/ส่วนตัว ใช้ P-3 พอ, สำนักงานทั่วไปและงานราชการที่กำหนดตัดตรง ≤4 มม. ใช้ P-2, งานที่มีข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ใช้ P-4 ตัดย่อย, การเงิน/บัญชี/ทนายความ ใช้ P-5, เอกสารลับสุดยอด ใช้ P-6 ถึง P-7


10 เครื่องทำลายเอกสารยี่ห้อไหนดี ปี 2026 [ตารางเปรียบเทียบ]

เราคัด 10 รุ่นนี้จากเกณฑ์จริง 4 ข้อ: ยอดขายและ feedback ลูกค้า ggrsm จริง, ความครอบคลุมทุกขนาดองค์กรตั้งแต่ SME ถึงองค์กรใหญ่, ระดับความปลอดภัยที่หลากหลายตั้งแต่ P-2 ถึง P-7 และที่สำคัญสำหรับการใช้งานระยะยาวคือ ความสะดวกในการหาอะไหล่และซ่อมในไทย เพราะเครื่องที่ซ่อมไม่ได้ = ขยะราคาแพงเมื่อพ้นประกัน

# ยี่ห้อ + รุ่น ระดับความปลอดภัย ความจุ (แผ่น/รอบ) ขนาดองค์กร ราคา (บาท) จุดเด่น
1 Office Business OB-20C P-4 ตัดย่อย 20 SME 5–10 คน งาน PDPA 24,900 ตัดย่อยปลอดภัย อะไหล่ในไทย
2 Office Business OB-31S P-2 ตัดตรง (≤4มม.) 31 ออฟฟิศ 10–20 คน / ราชการ 24,900 ขายดีอันดับ 1 ผ่านสเปคราชการ ความจุสูง
3 Office Business OB-M3150C P-4 ตัดย่อย 25 องค์กร / งานปลอดภัยสูง 35,900 ตัดย่อย P-4 ทนงานหนัก
4 Office Business OB-20S P-2 ตัดตรง (≤4มม.) 25 SME 10–15 คน 23,900 ตัดตรงเร็ว ผ่านสเปคราชการ คุ้มงบ
5 Fellowes 79Ci P-4 ตัดย่อย 16 SME 5–10 คน 14,900–17,500 แบรนด์โลก 100% Jam Proof*
6 Fellowes 99Ci P-4 ตัดย่อย 18 ออฟฟิศ 10–20 คน 19,900–23,000 Premium SafeSense กันนิ้ว
7 HSM SECURIO B24 P-5 ตัดละเอียด 14 การเงิน/ทนาย 22,000–26,000 Made in Germany ระดับ P-5
8 HSM SECURIO B32 สูงสุดถึง P-7 8 ราชการ/เอกสารลับ 45,000–55,000 รองรับงานลับระดับสูง
9 Ideal 2465 P-4 ตัดย่อย 14 SME ระดับกลาง 18,000–22,000 งานเยอรมัน รอง HSM
10 OASTAR Grandeur VT P-3 22 SME งบประหยัด 9,000–12,000 ตัวเลือกเริ่มต้น คุ้มงบ

*ราคารุ่น Office Business เป็นราคาปลีกจริง ราคาคู่แข่ง (Fellowes/HSM/Ideal/OASTAR) เป็นช่วงราคาตลาดโดยประมาณ ลำดับ 1–10 เป็นการจัดกลุ่มให้อ่านง่าย ไม่ใช่การจัดอันดับว่ารุ่นใดดีกว่ารุ่นใด “100% Jam Proof” เป็นเคลมของผู้ผลิต Fellowes

ggrsm ยังมีรุ่น Office Business อื่นครอบทุกงบและทุกขนาด ตั้งแต่ OB-18S (18 แผ่น 18,900 บาท) สำหรับงานเล็ก ไปจนถึงรุ่นความจุสูง 40–50 แผ่นสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ — ดูทั้งหมดได้ที่หน้าหมวดสินค้า

ถ้าดูแบบไม่ลงรายละเอียด OB-31S คือตัวเลือกคุ้มสุดสำหรับออฟฟิศที่เน้นปริมาณงานและต้องผ่านสเปคราชการ ส่วนงานที่เน้นความปลอดภัยของข้อมูลให้เลือกรุ่นตัดย่อย P-4 อย่าง OB-20C หรือ OB-M3150C


รีวิวละเอียด 10 รุ่นเด็ด ปี 2026

1. Office Business OB-20C — ตัดย่อย P-4 สำหรับงาน PDPA ของ SME

ถ้าองค์กรของคุณมีข้อมูลส่วนบุคคลปนในเอกสารเยอะ OB-20C ตอบโจทย์ — เป็นเครื่องตัดย่อย (cross-cut) ระดับ P-4 ความจุ 20 แผ่นต่อรอบ ราคา 24,900 บาท เหมาะกับ SME 5–10 คนที่ต้องการความปลอดภัยระดับ PDPA โดยไม่ต้องจ่ายแพงแบบแบรนด์นำเข้า จุดเด่นคือชิ้นกระดาษหลังตัดเล็กแบบ cross-cut ประกอบกลับยาก และอะไหล่หาได้ในไทย ซ่อมได้จริงเมื่อหมดประกัน → ดูรายละเอียด OB-20C

2. Office Business OB-31S — รุ่นขายดีอันดับ 1 ผ่านสเปคราชการ

นี่คือรุ่นที่ลูกค้า ggrsm เลือกมากที่สุด ตัดตรงระดับ P-2 ที่ขนาดชิ้นหลังตัดไม่เกิน 4 มม. ซึ่งผ่านสเปคราชการด้านการทำลายเอกสาร ความจุสูงถึง 31 แผ่นต่อรอบ ราคา 24,900 บาท เหมาะกับออฟฟิศ 10–20 คนและหน่วยงานที่ทำลายเอกสารปริมาณมากต่อเนื่อง จุดขายคือทำงานได้นาน ความจุถังใหญ่ ไม่ต้องเทบ่อย และเป็นรุ่นที่ทีมช่างเราคุ้นเคยที่สุด มีอะไหล่พร้อมตลอด ลูกค้าจำนวนหนึ่งใช้งานต่อเนื่องหลายปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง หากต้องการความปลอดภัยสูงกว่าสำหรับข้อมูลอ่อนไหว แนะนำขยับไปรุ่นตัดย่อย P-4 อย่าง OB-20C หรือ OB-M3150C → ดูรายละเอียด OB-31S

3. Office Business OB-M3150C — ตัดย่อย P-4 ทนงานหนักสำหรับองค์กร

รุ่นตัดย่อย (cross-cut) ระดับ P-4 ความจุ 25 แผ่น ราคา 35,900 บาท ออกแบบมาสำหรับองค์กรและงานที่ต้องการความปลอดภัยสูงต่อเนื่อง จุดเด่นคือรวมการตัดย่อยที่ปลอดภัยกว่าตัดตรงเข้ากับความทนต่อการใช้งานหนัก เหมาะกับฝ่าย HR การเงิน หรือส่วนกลางขององค์กรที่เอกสารเยอะและมีข้อมูลส่วนบุคคลปนมาก องค์กรที่ปริมาณงานสูงกว่านี้สามารถดูรุ่นความจุ 40–50 แผ่นได้ → ดูรายละเอียด OB-M3150C

4. Office Business OB-20S — ตัดตรงเร็ว ผ่านสเปคราชการ คุ้มงบ

ถ้าอยากได้ความจุดีในงบที่คุมได้ OB-20S เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ตัดตรงระดับ P-2 ขนาดชิ้นไม่เกิน 4 มม. (ผ่านสเปคราชการ) ความจุ 25 แผ่น ราคา 23,900 บาท สำหรับ SME 10–15 คน เหมาะกับงานที่ต้องเคลียร์เอกสารปริมาณเยอะต่อรอบในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่นองค์กรใหญ่ และตอบโจทย์หน่วยงานที่ต้องการสเปคตัดตรง ≤4 มม. ตามข้อกำหนดจัดซื้อ → ดูรายละเอียด OB-20S

5. Fellowes 79Ci — แบรนด์โลกสำหรับ SME

รุ่นยอดนิยมของ Fellowes ตัดย่อย P-4 ความจุ 16 แผ่น มาพร้อมเทคโนโลยีที่ผู้ผลิตเคลมว่ากันกระดาษติด 100% เหมาะกับ SME ที่อยากได้แบรนด์ระดับสากลและฟีเจอร์กันติด ราคาตลาดประมาณ 14,900–17,500 บาท เป็นตัวเทียบระดับพรีเมียมที่ดีถ้างบถึงและให้ค่ากับชื่อแบรนด์

6. Fellowes 99Ci — premium choice ตัวจริง

รุ่นเรือธงระดับออฟฟิศของ Fellowes ตัดย่อย P-4 ความจุ 18 แผ่น จุดเด่นคือระบบ SafeSense ที่หยุดเครื่องอัตโนมัติเมื่อมือสัมผัสช่องป้อน เพิ่มความปลอดภัยในออฟฟิศที่มีคนใช้ร่วมกันหลายคน ราคาตลาดประมาณ 19,900–23,000 บาท เหมาะกับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์และความปลอดภัยของผู้ใช้

7. HSM SECURIO B24 — เยอรมันระดับ P-5

เครื่องจากเยอรมนี ตัดละเอียด micro-cut P-5 ความจุ 14 แผ่น ทำงานต่อเนื่องได้ เหมาะกับงานการเงิน บัญชี และสำนักงานกฎหมายที่เอกสารอ่อนไหวกว่าทั่วไป P-5 ตัดเป็นชิ้นเล็กระดับ 2×15 มม. ซึ่งประกอบกลับแทบเป็นไปไม่ได้ ราคาตลาดประมาณ 22,000–26,000 บาท เป็นมาตรฐานที่หลายองค์กรการเงินเลือกใช้

8. HSM SECURIO B32 — รองรับงานลับระดับสูง

รุ่นใหญ่สำหรับเอกสารลับ ตัวเครื่องรองรับการตัดละเอียดได้สูงสุดถึงระดับ P-7 (ขึ้นกับรุ่นย่อยของใบมีดที่เลือก) เหมาะกับส่วนราชการ งานความมั่นคง และองค์กรที่มีข้อกำหนดความลับระดับสูง ความจุต่อรอบจะน้อยลงเมื่อตัดละเอียดมาก ราคาตลาดประมาณ 45,000–55,000 บาท เป็นกลุ่มที่ควรเลือกใบมีดให้ตรงกับระดับ P ที่หน่วยงานกำหนด

9. Ideal 2465 — งานเยอรมันราคาเข้าถึงง่ายกว่า

อีกแบรนด์เยอรมัน ตัดย่อย P-4 ความจุ 14 แผ่น เป็นทางเลือกรอง HSM สำหรับ SME ระดับกลางที่อยากได้คุณภาพงานเยอรมันแต่งบจำกัดกว่า ราคาตลาดประมาณ 18,000–22,000 บาท

10. OASTAR Grandeur VT — ตัวเริ่มต้นคุ้มงบ

ตัวเลือก budget สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มหรือมีปริมาณงานไม่มาก ความจุ 22 แผ่น ราคาตลาดประมาณ 9,000–12,000 บาท เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนจะขยับขึ้นรุ่นใหญ่เมื่อปริมาณงานโต

ยังไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเหมาะกับออฟฟิศคุณ? ทีมผู้เชี่ยวชาญ ggrsm ให้คำปรึกษาฟรี เปรียบเทียบสเปก งบ และการใช้งานจริงให้ ตอบไวในเวลาทำการ — โทร 096-207-2323 หรือทักไลน์ @ggrsm


เลือกเครื่องทำลายเอกสาร (เครื่องย่อยกระดาษ) ยังไงให้เหมาะกับงาน

หลายคนเรียกเครื่องนี้ว่าเครื่องย่อยกระดาษ บางคนเรียกเครื่องทำลายเอกสาร แต่หลักการเลือกเหมือนกัน คือดู 4 เรื่องนี้ให้ครบ

เลือกตามขนาดองค์กร

สำหรับใช้ที่บ้านหรือ 1–2 คน เลือกรุ่นความจุ 8–12 แผ่นก็พอ ออฟฟิศ SME 5–10 คนเลือก 16–20 แผ่น (เช่น OB-20C, Fellowes 79Ci) ออฟฟิศ 10–20 คนเลือก 25–31 แผ่น (OB-31S, Fellowes 99Ci) ส่วนองค์กร 20 คนขึ้นไปเลือกรุ่นตัดย่อย P-4 หรือรุ่นความจุสูง (OB-M3150C หรือรุ่นความจุ 40–50 แผ่น)

เลือกตามปริมาณเอกสารต่อวัน

ถ้าทำลายเอกสารทุกวันเป็นกอง ๆ ต้องเลือกเครื่องที่ทำงานต่อเนื่องได้นานและความจุต่อรอบสูง ไม่งั้นเครื่องจะตัดร้อนแล้วหยุดพักกลางคัน รุ่นความจุ 25–31 แผ่นขึ้นไปออกแบบมาให้รับงานหนักต่อเนื่องได้ดีกว่ารุ่นเล็ก

เลือกตามประเภทเอกสาร

ถ้าต้องทำลาย CD/DVD บัตรเครดิต หรือกระดาษที่มีลวดเย็บ ต้องเลือกรุ่นที่ระบุว่ารองรับ ไม่ใช่ทุกรุ่นจะตัดของแข็งได้ การฝืนป้อนของที่เครื่องไม่รองรับเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ใบมีดพังเร็ว

เลือกตามงบประมาณ

ช่วง 9,000–20,000 บาทเป็นรุ่นเริ่มต้น/SME เล็ก (เช่น OB-18S, OASTAR), 20,000–36,000 บาทเป็นรุ่นออฟฟิศที่คุ้มสุดในแง่ความทนต่อราคา (เช่น OB-31S, OB-20C, OB-M3150C), 45,000 บาทขึ้นไปเป็นรุ่นองค์กรใหญ่หรือ P-5 ขึ้นไป ถ้างบยังไม่พร้อมลงทุนก้อนใหญ่ การเช่าก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ (อ่านหัวข้อถัดไป)

อยากได้คำแนะนำแบบละเอียดขึ้น อ่านได้ที่ วิธีเลือกเครื่องทำลายเอกสารแบบครบทุกแง่มุม


ซื้อ vs เช่า เครื่องทำลายเอกสาร แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ

ไม่ใช่ทุกองค์กรต้องซื้อขาด บางกรณีการเช่าคุ้มกว่าและยืดหยุ่นกว่า

ประเด็น ซื้อขาด เช่า
เงินก้อนแรก สูง (ราคาเต็ม) ต่ำ (ค่ามัดจำ + งวดแรก)
ค่าใช้จ่ายรายเดือน ไม่มี มี (รวมบำรุงรักษา)
ค่าซ่อมเมื่อพัง เจ้าของรับผิดชอบ (ถ้าไม่มี service plan) รวมในสัญญา (ตามเงื่อนไข)
ความเป็นเจ้าของ เป็นสินทรัพย์องค์กร ส่งคืนเมื่อจบสัญญา
เหมาะกับ ใช้ประจำ 2+ ปี งานสม่ำเสมอ งานชั่วคราว 3–12 เดือน หรือรุ่นใหญ่ราคาสูง

เช่าเครื่องทำลายเอกสารเหมาะกับงาน event ระยะสั้น โครงการ audit หรือทำลายเอกสารเก่าก่อนย้ายออฟฟิศ รวมถึงองค์กรที่ไม่อยากลงทุนซื้อรุ่นใหญ่ ราคาเช่าเริ่มประมาณ 1,500 บาท/เดือนสำหรับรุ่นกลาง รวมบริการบำรุงรักษาและเปลี่ยนอะไหล่ระหว่างเช่า ส่วนการซื้อเหมาะกับองค์กรที่ใช้ประจำต่อเนื่องและต้องการคุม chain of custody ของเอกสารเอง

ดูรายละเอียดและรุ่นที่ให้เช่าได้ที่ บริการเช่าเครื่องทำลายเอกสาร ggrsm — มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย เริ่ม 1,500 บาท/เดือน


ซื้อเครื่องทำลายเอกสารที่ไหนดีในไทย

ราคาไม่ใช่ปัจจัยเดียว สิ่งที่ควรดูเวลาเลือกร้านคือ มีศูนย์ซ่อมในไทยไหม อะไหล่ครบไหม มีทีมเข้า on-site ได้ไหม และรับประกันโดยใคร เพราะเครื่องทำลายเอกสารเป็นอุปกรณ์เชิงกลที่สึกหรอตามการใช้งาน วันที่มันพังคือวันที่คุณจะรู้ว่าเลือกร้านถูกหรือเปล่า

จุดต่างของ ggrsm จากร้านขายอุปกรณ์สำนักงานทั่วไปคือ เราเป็น specialist เครื่องทำลายเอกสารโดยเฉพาะมากกว่า 10 ปี ไม่ใช่ร้านที่ขายทุกอย่าง เรามีทีมช่างของตัวเอง มีอะไหล่หลายแบรนด์ มีบริการเช่าและ onsite maintenance พร้อมใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบและส่งฟรีทั่วไทย เมื่อเครื่องมีปัญหา ลูกค้าจึงพึ่งเราได้จริง ไม่ใช่ถูกโยนไปหาศูนย์แบรนด์ที่อาจไม่มีอะไหล่แล้ว

ดูข้อมูลเพิ่มที่ เกี่ยวกับ ggrsm · บริการหลังการขายและซ่อม · อาการเสียที่พบบ่อยและวิธีแก้

ggrsm — Specialist เครื่องทำลายเอกสาร 10+ ปี | ขาย เช่า ซ่อม ครบจบที่เดียว
รับประกันแท้ · อะไหล่ในไทย · ทีมซ่อม onsite · ใบกำกับภาษีเต็มรูป
ดูสินค้าทั้งหมด · บริการเช่ารายเดือน · ส่งซ่อมเครื่อง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. เครื่องทำลายเอกสารยี่ห้อไหนทนที่สุด?
แบ่งเป็น 2 กลุ่ม: Fellowes สำหรับองค์กรที่ต้องการแบรนด์โลก (บางรุ่นรับประกันมอเตอร์ยาว) และ Office Business สำหรับองค์กรที่ต้องการอะไหล่กับบริการในไทย รุ่นที่ลูกค้า ggrsm ใช้งานต่อเนื่องหลายปีคือ OB-31S และ OB-M3150C เพราะความจุสูงและซ่อมบำรุงง่าย

2. เครื่องทำลายเอกสาร P-4 กับ P-5 ต่างกันยังไง?
P-4 ตัดย่อยเป็นชิ้นประมาณ 4×40 มม. เหมาะกับข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปและงานสำนักงาน ส่วน P-5 ตัดละเอียดกว่าเป็นชิ้นประมาณ 2×15 มม. เหมาะกับงานการเงิน บัญชี กฎหมาย ที่ข้อมูลอ่อนไหว ยิ่งชิ้นเล็ก ยิ่งประกอบกลับยาก แต่ความจุต่อรอบก็จะลดลงตาม

3. เครื่องทำลายเอกสารราคาเริ่มต้นกี่บาท?
รุ่นเริ่มต้นสำหรับ SME เล็กเริ่มประมาณ 9,000–19,000 บาท (เช่น OASTAR Grandeur VT หรือ Office Business OB-18S 18,900 บาท) รุ่นออฟฟิศที่ทำลายเอกสารปริมาณมากระดับ 24,000–36,000 บาท (เช่น OB-31S 24,900 บาท) ส่วนรุ่นองค์กรใหญ่หรือ P-5 ขึ้นไปอยู่ที่ 45,000 บาทขึ้นไป หรือเช่ารายเดือนเริ่ม 1,500 บาทแทนการซื้อก็ได้

4. เครื่องทำลายเอกสารใช้ที่บ้าน ควรเลือกรุ่นไหน?
ใช้ที่บ้านหรือ 1–2 คน เลือกรุ่นความจุ 8–12 แผ่น ระดับ P-3 ถึง P-4 ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องลงทุนรุ่นออฟฟิศความจุสูง เพราะปริมาณงานที่บ้านไม่มากพอจะใช้ศักยภาพเครื่องใหญ่ได้คุ้ม

5. เครื่องทำลายเอกสารทำลาย CD หรือบัตรเครดิตได้ไหม?
ได้เฉพาะรุ่นที่ระบุว่ารองรับ CD/DVD/Card เท่านั้น รุ่นที่ออกแบบมาตัดกระดาษอย่างเดียวถ้าฝืนป้อนของแข็งจะทำให้ใบมีดเสียหายเร็ว ก่อนซื้อให้เช็กสเปกข้อนี้ให้ชัด หรือสอบถามทีมงานว่ารุ่นที่สนใจตัดอะไรได้บ้าง

6. เครื่องทำลายเอกสารตัดตรง (Strip) กับตัดย่อย (Cross-cut) ต่างกันยังไง?
ตัดตรงหั่นกระดาษเป็นเส้นยาว เร็วและความจุสูง รุ่นที่ผ่านสเปคราชการมักกำหนดเส้นไม่เกิน 4 มม. (ระดับ P-2) เหมาะกับเอกสารทั่วไปและงานจัดซื้อภาครัฐ ส่วนตัดย่อยหั่นเป็นชิ้นเล็กทั้งแนวตั้งและแนวนอน (ระดับ P-4 ขึ้นไป) ปลอดภัยกว่าสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA แต่ความจุต่อรอบมักน้อยกว่าตัดตรงที่ราคาใกล้กัน

7. เครื่องทำลายเอกสารควรใช้กี่ปีถึงเปลี่ยน?
ถ้าใช้งานตรงตามกำลังของเครื่องและบำรุงรักษาสม่ำเสมอ (หยอดน้ำมันตามรอบ ไม่ฝืนป้อนเกินสเปก) เครื่องระดับออฟฟิศใช้ได้ 5–8 ปีขึ้นไป ปัจจัยที่ทำให้เครื่องอายุสั้นคือการใช้เกินกำลังและไม่หยอดน้ำมัน

8. เครื่องทำลายเอกสารใช้น้ำมันหล่อลื่นยังไง?
หยอดน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องทำลายเอกสารโดยเฉพาะลงบนช่องป้อนกระดาษตามรอบที่คู่มือกำหนด (มักทุก 1–2 สัปดาห์สำหรับงานหนัก) แล้วเดินเครื่องเปล่าสักครู่ให้น้ำมันกระจายทั่วใบมีด ห้ามใช้น้ำมันอเนกประสงค์ทั่วไปเพราะอาจทำให้เศษกระดาษเกาะติดใบมีด

9. เครื่องทำลายเอกสารไม่ดูดกระดาษ ทำยังไง?
สาเหตุหลักมี 4 ข้อ: (1) ใบมีดทื่อ ต้องลับหรือเปลี่ยน (2) เซ็นเซอร์ป้อนกระดาษสกปรก เช็ดด้วยผ้าแห้ง (3) ลูกยางดึงกระดาษสึกหรอ ต้องเปลี่ยน (4) มอเตอร์อ่อนแรง ต้องให้ช่างตรวจ แนะนำให้ไล่เช็ก 4 จุดนี้ก่อน หากแก้เองไม่ได้ติดต่อทีมซ่อม ggrsm ได้ — ดูอาการเสียที่พบบ่อย

10. เช่าเครื่องทำลายเอกสารดีกว่าซื้อไหม ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?
เช่าเหมาะกับการใช้ระยะสั้น 3–12 เดือน ไม่อยาก lock งบ หรืออยากได้รุ่นใหญ่โดยไม่ต้องดูแลเอง ราคาเช่าเริ่มประมาณ 1,500–3,000 บาท/เดือนสำหรับรุ่นกลาง รวมบำรุงรักษาและเปลี่ยนอะไหล่ระหว่างเช่า ส่วนถ้าใช้ประจำ 2 ปีขึ้นไปการซื้อจะคุ้มกว่าในระยะยาว — ดูบริการเช่า


สรุป เลือกเครื่องทำลายเอกสารยี่ห้อไหนดีปี 2026

ถ้าให้สรุปสั้นตามงานและงบ: SME เล็กที่งบจำกัดเลือก OB-18S (18,900 บาท) หรือ OASTAR, ออฟฟิศที่ทำลายเอกสารทุกวันและต้องผ่านสเปคราชการเลือก OB-31S (24,900 บาท รุ่นขายดีของเรา), งานที่เน้นความปลอดภัยข้อมูลแบบตัดย่อยเลือก OB-20C (24,900) หรือ OB-M3150C (35,900) ส่วนงานเอกสารลับระดับสูงให้มองไปที่ HSM ระดับ P-5 ถึง P-7

หัวใจไม่ได้อยู่ที่ “ยี่ห้อไหนดีที่สุดในโลก” แต่อยู่ที่ “รุ่นไหนเหมาะกับปริมาณงาน ระดับความลับ และงบของคุณ บวกกับซ่อมได้จริงในไทย” ถ้ายังไม่แน่ใจ ทีมผู้เชี่ยวชาญ ggrsm ยินดีช่วยเปรียบเทียบให้ฟรี ทั้งการเลือกสเปกตามปริมาณงาน การประเมินระดับ DIN 66399 ที่เหมาะกับเอกสารของคุณ และเทียบว่าซื้อหรือเช่าคุ้มกว่าในเคสจริงของคุณ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ggrsm ฟรี — โทร 096-207-2323 หรือไลน์ @ggrsm
หรือเริ่มที่ เช่ารายเดือน เริ่ม 1,500 บาท ถ้ายังไม่อยากซื้อตอนนี้

ggrsm จำหน่ายเครื่องทำลายเอกสารหลายแบรนด์ — บทความนี้รวมทั้งรุ่นที่เราจัดจำหน่ายและไม่ได้จัดจำหน่ายเพื่อความเป็นกลางในการเปรียบเทียบ



ดูแลเว็บไซต์โดย WMC Consult